การทำบายศรี

posted on 08 Dec 2011 10:19 by beauty9224
.....งานบายศรีเป็นสิ่งที่เคียงคู่กับคนไทยมาเนิ่นนาน และในปัจจุบันก็ยังมีการทำบายศรีกันอยู่บ้าง ไม่ว่าจะเป็นงานบวช งานแต่ง พิธีบายศรีสู่ขวัญ บายศรีของไทยนั้นมีหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นบายศรีปากชาม บายพานพุ่ม บายศรีหลักหรือ บายศรีต้น......

 

 

บายศรี จัดเป็นของสูงที่เคียงคู่กับวิถีชีวิตคนไทยมาช้านาน โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อเกี่ยวกับขวัญ และมักจะได้ยินคำว่าบายศรีสู่ขวัญควบคู่กันไปเสมอ ๆ คำว่าบายศรีนั้นมีความหมายลึกซึ้งโดยแยกออกเป็น

รวมคำว่า บายศรี แปลว่าข้าวขวัญหรือสิ่งที่นำให้สัมผัสกับความดีงามตามความหมายของชาวอีสาน ส่วนพจนานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถานได้ให้ความหมายของคำว่า บายศรี ไว้ว่า บายศรี หมายถึง เครื่องเชิญขวัญหรือรับขวัญ ทำด้วยใบตองรูปคล้ายกระทงเป็นชั้นๆ มีขนาดใหญ่ เล็ก สอบขึ้นไปตามลำดับ เป็น ๕ ชั้น ๖ ชั้น ๗ ชั้น ๙ ชั้น มีเสาปักตรงกลางเป็นแกน มีเครื่องสังเวยวางอยู่ในบายศรีและมีไข่ขวัญเสียบอยู่บนยอด บายศรีมีหลายอย่าง เช่น บายศรีปากชาม บายศรีใหญ่

เมื่อวันที่ ๒๘
 – ๓๐ ตุลาคมที่ผ่านมา น้อง ๆ กลุ่มเยาวชนน้องรักดอกจาน หนึ่งในเครือข่ายเยาวชนสืบสานภูมิปัญญาภาคกลาง ไดดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภูมิปัญญาการทำบายศรีขึ้น ที่โรงเรียนสวนป่าแม่กะสี อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์มีน้องๆ เยาวชนจาก 3 โรงเรียนเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาลแม่เปิน โรงเรียนสวนป่าแม่กะสี (สาขาปางสัก) และโรงเรียนสวนป่าแม่กะสี

ระยะเวลา
 2 คืน 3 วัน ที่น้องๆเยาวชนได้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นไปด้วยความอบอุ่นและสนุกสนาน รวมถึงได้ความรู้อีกต่างหากความอบอุ่นนั้นเกิดจากแม่ครูทั้ง 3 ท่านที่สละเวลามาสอนเด็กๆ ด้วยความเต็มอกเต็มใจ สอนกระบวนการทำบายศรีทั้งหมดที่ตนเองได้เรียนรู้มาให้กับเด็ก ๆ โดยไม่คิดปิดบังแม้แต่น้อย เรียกได้ว่ามีความรู้เรื่องบายศรีอยู่เท่าไหร่ก็ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับลูกหลานทั้งหมดเช่นกัน
 

แม่ตุ้ย อายุ ๗๕ ปี เป็นแม่ครูที่ถนัดการทำบายศรีหลักแบบผนึก (หรือเรียกว่าบายศรีต้น บายศรีเสา) การทำบายศรีแบบผนึกนั้นตอนนี้หาแม่ครูหรือผู้ที่จะทำแบบผนึกนั้นได้ยากมาก เนื่องจากต้องใช้ความชำนาญอย่างสูงเพราะว่าขั้นตอนการทำนั้นไม่ได้ใช้อุปกรณ์เสริมใด ๆ ทั้งสิ้น จะมีก็แต่ไม้ที่เอาไว้เสียบตัวบายศรีให้ยึดติดกันเท่านั้นเพราะฉะนั้นอาจพูดได้ว่าคนที่ทำบายศรีหลักแบบผนึกในละแวกนี้ก็มีแต่แม่ตุ้ยคนเดียวเท่านั้นที่ยังสามารถทำได้อยู่ แต่ว่าตอนนี้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้จากแม่ตุ้ยมาแล้ว การทำบายศรีหลักแบบผนึกคงจะไม่สูญหายอย่างแน่นอน

แม่ตุ้ยบอกกับพวกเราว่า 
“เมื่อตอนยายยังเด็ก ๆ คนเฒ่าคนแก่เขาก็ทำบายศรีเป็นเกือบทั้งนั้น ตอนยายเป็นเด็ก ยายก็มาหัดมาเรียนรู้จากคนเฒ่าคนแก่เอา ระยะหลัง ๆ มานี้เด็กรุ่นหลังไม่ค่อยมีใครมาสนใจการทำบายศรีคงเห็นเป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ เป็นเรื่องยุ่งยากก็เลยไม่มีใครมาสืบทอดการทำบายศรีต่อ แม้แต่ลูกหลานของยายเองก็ไม่มีใครมาสนใจเรียนรู้ตอนนี้ก็เหลือเพียงไม่กี่คนหรอกที่ทำบายศรีเป็นอายุก็มากๆกันแล้ว”

ยายตุ้ยยังบอกกับเด็กๆ อีกว่า 
”บายศรีนั้นเป็นของสูง คนทำต้องมีความตั้งใจ ต้องมีสมาธิ และก็ต้องมีความประณีต บายศรีจะออกมาสวย การพับใบตองนั้นก็ต้องดูให้เท่ากัน จะขึ้นตัวบายศรีก็ต้องเท่ากันด้วยถึงจะสวยบายศรีหลักนั้นจะใช้ในพิธีทำขวัญนาคและก็ในพิธีบวงสรวงต่างๆ อย่างงานบวชก็จะใช้บายศรีหลัก ๓ ชั้นหรือ ๕ ชั้นเท่านั้น ไม่เกินกว่านี้เพราะว่าจะทำให้เกิดสิ่งไม่ดีเกิดขึ้นถ้าใช้ก็ต้องเอาบายศรีไปแช่น้ำ ส่วนการบวงสรวงเทพ เทวดาฟ้าดินนั้น จะใช้บายศรีหลัก ๗ ชั้น หรือ ๙ ชั้น จริงๆ แล้วบายศรี ๙ ชั้นนั้นจะใช้เป็นส่วนหนึ่งในพระราชพิธีต่างๆที่มีเจ้านายชั้นสูงหรือพระมหากษัตริย์เข้ามาเกี่ยวข้อง”


Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

Tweet

อากาศหนาวแ้ว้วววววววว บรื๋ออออ อิอิ

#1 By แก้วเซรามิค (61.90.109.37) on 2011-12-20 00:56

หวัดดีค่ะblogสวยดีนะคะ

#2 By แก้วเซรามิค (61.90.109.119) on 2011-12-23 03:22

ทักทายจ้า ยินดีที่ได้รู้จักนะ

#3 By น๊อต (61.90.109.119) on 2011-12-23 03:22